หุ้นไทย (19 ก.พ.64) ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,500.51 จุด ลดลง -10.52 จุด
หุ้นไทย (19 ก.พ.64) ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,500.51 จุด ลดลง -10.52 จุด (-0.70%) มูลค่าการซื้อขาย 90,518.99 ล้านบาท
หุ้นไทย (19 ก.พ.64) ปิดการซื้อขายเช้าที่ระดับ 1,501.07 จุด ลดลง -9.96 จุด (-0.66%) มูลค่าการซื้อขาย 50,769.11 ล้านบาท เผชิญแรงขายจากหุ้นขนาดใหญ่ ทั้งหุ้นในกลุ่มพลังงาน และกลุ่มแบงก์ หลังราคาน้ำมันก็ย่อตัวลง
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงมากกว่าที่คาดไว้ เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่จะติดลบ หลังจากที่ไม่มีประเด็นบวกใหม่เข้ามา แต่เผชิญแรงขายจากหุ้นขนาดใหญ่ ทั้งหุ้นในกลุ่มพลังงาน และกลุ่มแบงก์ หลังราคาน้ำมันก็ย่อตัวลงทำให้เกิดแรงขายหุ้นในกลุ่มพลังงาน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) สหรัฐอ่อนตัวลงทำให้ไม่ดีต่อกลุ่มแบงก์ในระยะสั้น
นักกฎหมายเตือนเล่น Clubhouse อาจถูกนำข้อมูลไปบิดเบือน
ทั้งนี้ ดัชนีฯหลุดแนว 1,500 จุดระหว่างเทรด ทำให้ Sentiment ระยะสั้นเสีย แม้ว่าหุ้นขนาดกลาง และขนาดเล็ก จะปรับตัวได้ดีกว่าตลาดก็ตาม อย่างไรก็ดีช่วงนี้ให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนต่อไป
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งตัวในแดนลบ แต่ให้จับตาปิดตลาดแล้วจะยืนเหนือ 1,500 จุดได้หรือไม่ พร้อมให้แนวรับ 1,490 ถัดไป 1,480-1,475 จุด ส่วนแนวต้าน 1,500 ถัดไป 1,505-1,515 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KISS มูลค่าการซื้อขาย 5,781.78 ล้านบาท ปิดที่ 16.10 บาท เพิ่มขึ้น 7.10 บาท
OR มูลค่าการซื้อขาย 3,757.13 ล้านบาท ปิดที่ 31.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
STA มูลค่าการซื้อขาย 3,640.05 ล้านบาท ปิดที่ 42.75 บาท ลดลง 0.75 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,033.16 ล้านบาท ปิดที่ 140.00 บาท ลดลง 3.50 บาท
TASCO มูลค่าการซื้อขาย 1,869.41 ล้านบาท ปิดที่ 22.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท
หุ้นไทย (19 ก.พ.64) เปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,502.14 จุด ลดลง 8.89 จุด (-0.59%) มูลค่าการซื้อขาย 8,611.76 ล้านบาท แนวโน้มคาดว่าจะซึมตัวตามตลาดต่างประเทศ จับตาหุ้นกลุ่มพลังงานนายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งซึม ๆ ในช่วงรอดูผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยประกาศออกมา
ราคาทองวันนี้ – 19 ก.พ. 64 ปรับราคา 3 ครั้ง เท่าราคาเปิดตลาด
จุฬาฯ เตรียมทดสอบวัคซีนโควิด-19 ในคนระยะแรก พ.ค.นี้
ตลาดบ้านเราคงจะเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ติดลบ เช่นเดียวกับตลาดสหรัฐฯ และตลาดในยุโรป ซึ่งรับแรงกดดันจากแรงขายของกองทุนในประเทศ และนักลงทุนต่างชาติที่ยังขายอยู่ อีกทั้งราคาน้ำมันก็ได้ปรับตัวลงด้วยน่าจะมากดดันหุ้นในกลุ่มพลังงานบ้าง
อย่างไรก็ดี แรงซื้ออาจมีเข้ามาที่หุ้นในกลุ่มโรงกลั่นหลังค่าการกลั่นเช้านี้ขึ้นมาแถว 2.32 เหรียญ/บาร์เรล สูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี หลังจากที่โรงกลั่นในรัฐเท๊กซัสได้ Shutdown ทำให้ Supply หายไป ค่าการกลั่นก็เลยดีดตัวขึ้น แต่ทั้งนี้ราคาถ่านหินได้ปรับตัวลง 10% เมื่อวานนี้จึงให้ระวังแรงขายของหุ้น BANPU ทั้งนี้ช่วงนี้ตลาดฯคงจะเป็นลักษณะของการเก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง และขนาดเล็ก เพราะไม่ต้องเจอแรงขายจากองทุนและต่างชาติ แต่หุ้นขนาดใหญ่ยังถูกดดันอยู่ ซึ่งก็น่าจะเทรดดิ้งหุ้นที่มี Story และมีงบฯออกมาดี
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ได้อ่อนค่าลงน่าจะช่วยให้แรงขายของต่างชาติชะลอได้บ้าง ซึ่งก็ต้องรอติดตามดู พร้อมให้แนวรับ 1,510-1,500 จุด ส่วนแนวต้าน 1,514-1,520 จุด
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (18 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,493.34 จุด ลดลง 119.68 จุด (-0.38%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,913.97 จุด ลดลง 17.36 จุด (-0.44%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,865.36 จุด ลดลง 100.14 จุด (-0.72%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 13.58 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 265.50 จุด และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 111.81 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มี.ค. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (18 ก.พ.) ปิดที่ 60.52 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 62 เซนต์ หรือ 1%
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (18 ก.พ.) อยู่ที่ 2.29 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 30.01 แนวโน้มทรงตัว ตลาดรอดูตัวเลขศก.สหรัฐ ให้กรอบวันนี้ 29.95-30.05
บี จิสติิกส์ คว้าโอกาสแตกไลน์ ลุย โซลาร์ฟาร์ม เมื่อโควิด-19 ทำพิษกระทบยอดธุรกิจขนส่ง
ทบทวนมาตรการผ่อนคลาย ในพื้นที่ 8 จังหวัด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB